Must vs. should: กับดักคำเดียวในจริยธรรม CFA Level I
ลองคุยกับผู้สมัครหลังทำข้อสอบจำลองที่เน้นจริยธรรม แล้วคุณจะได้ยินเรื่องคล้ายกันว่า “ฉันรู้มาตรฐานข้อนั้น แต่ก็ยังเลือกคำตอบผิด” บ่อยครั้งโจทย์ไม่ได้ทดสอบตัวมาตรฐานเลย แต่ทดสอบกริยาช่วยเพียงคำเดียว
ประมวลจริยธรรมและมาตรฐานการประพฤติปฏิบัติทางวิชาชีพ (Standards of Professional Conduct) ของ CFA Institute แบ่งแนวทางไว้ชัดเจนเป็นสองประเภท ข้อกำหนด — เขียนด้วย must, shall หรือระบุเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ — คือสิ่งที่สมาชิกต้องทำ หากไม่ทำถือเป็นการละเมิด ส่วน ข้อแนะนำ — เขียนด้วย should, may, encouraged — คือแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด การไม่ทำตามไม่ถือเป็นการละเมิด
ข้อสอบชอบวางคำถามไว้ตรงเส้นแบ่งนี้พอดี
ตัวอย่างคลาสสิก: การเก็บรักษาบันทึกเจ็ดปี
Standard V(C) Record Retention เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน มาตรฐาน แนะนำ ให้เก็บบันทึกไว้อย่างน้อยเจ็ดปี หากไม่มีกฎของหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้สมัครมักจำ “7 ปี” เป็นข้อเท็จจริง แล้วข้อสอบก็ถามว่า
“ตามมาตรฐาน สมาชิก must เก็บรักษาบันทึกการลงทุนไว้อย่างน้อยเจ็ดปี” จริงหรือเท็จ?
หากคุณจำแค่ “7 ปี” โดยไม่จำกริยาช่วย คุณจะตอบว่า “จริง” และเสียคะแนน เพราะเจ็ดปีเป็นเพียง ข้อแนะนำ ตัวเลขไม่เคยเป็นสิ่งที่โจทย์ต้องการทดสอบ แต่กริยาต่างหาก
รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ในเรื่องอื่นด้วย การสนับสนุนให้นายจ้างนำประมวลจริยธรรมหรือกระบวนการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎมาใช้? เป็นสิ่งที่ แนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับ การเปิดเผยค่าธรรมเนียมการแนะนำลูกค้าให้ลูกค้าและนายจ้างทราบ? เป็นสิ่งที่ ต้องทำ ตาม Standard VI(C) ข้อเท็จจริงสองข้อนี้อาจดูคล้ายกันในสรุปอ่านสอบ แต่กลับอยู่คนละฝั่งของเส้นแบ่ง must/should
ทำไมผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่จึงพลาดได้ง่ายกว่า
เรื่องหนึ่งที่เอกสารเตรียมสอบส่วนใหญ่ไม่กล่าวถึงคือ ในหลายภาษา คำแปลที่ใช้กันทั่วไปของ must ซึ่งหมายถึง “ต้องทำ” และ should ซึ่งหมายถึง “ควรทำ” อาจใช้คำเดียวกัน หรือใช้สองคำที่คนทั่วไปไม่ได้แยกความหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อคุณเรียนเป็นภาษาอังกฤษแต่ คิด ด้วยภาษาแม่ กริยาช่วยจึงมักหล่นหายไปจากบันทึก คุณจำเพียงการกระทำ (“เก็บบันทึก 7 ปี”) แต่ไม่ได้จำระดับของข้อผูกพัน
นี่ไม่ใช่ปัญหาด้านความรู้ แต่เป็นความหมายที่สูญหายระหว่างการแปล และแก้ได้ด้วยวินัยในการอ่าน ไม่ใช่การเพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือ
นิสัยสามขั้นตอนที่ช่วยหยุดการเสียคะแนน
- ขีดเส้นใต้กริยาช่วยก่อนอ่านตัวเลือก ในคำถามจริยธรรมทุกข้อ ให้ทำเครื่องหมาย must / should / may / required / recommended ในโจทย์ แล้วตัดสินใจก่อนดูตัวเลือกแม้แต่ข้อเดียวว่า “เป็นข้อกำหนดหรือแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด?”
- จำข้อเท็จจริงพร้อมกริยาของมัน ในบันทึกของคุณ อย่าเขียนเพียง “เก็บ 7 ปี” ให้เขียนว่า “should เก็บ 7 ปี (ข้อแนะนำ)” กริยาเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริง
- อ่านคำอธิบายแม้ตอบถูก รูปแบบการให้เหตุผล — ต้องทำกับแนะนำให้ทำ ละเมิดกับไม่ละเมิด — คือทักษะที่ข้อสอบทดสอบจริง คำอธิบายคำตอบช่วยให้คุณเรียนรู้ทักษะนี้ได้เร็วกว่าการอ่านหลักสูตรซ้ำ
สรุปอย่างรวดเร็ว
| ถ้อยคำในมาตรฐาน | ความหมาย | หากไม่ทำ… |
|---|---|---|
| must, shall, “is required to” | ข้อกำหนด | ถือเป็นการละเมิด |
| should, may, “is encouraged to” | ข้อแนะนำ (แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด) | ไม่ถือเป็นการละเมิด |
เมื่อดูคำกริยาช่วยแล้ว ให้ระวังคำอีกสองกลุ่มในโจทย์ด้วย ได้แก่ least likely ซึ่งหมายถึง “มีโอกาสน้อยที่สุด” (ผู้สมัครที่อ่านเร็วภายใต้แรงกดดันด้านเวลามักมองข้ามคำปฏิเสธ) และ most appropriate ซึ่งหมายถึง “เหมาะสมที่สุด” (ตัวเลือกสองข้ออาจมีเหตุผลรองรับได้ แต่ข้อสอบต้องการข้อที่ดีที่สุด ไม่ใช่ข้อเดียวที่เป็นจริง) ทั้งสามแบบเป็นกับดักการอ่าน ไม่ใช่กับดักความรู้
กำลังเตรียมสอบควบคู่กับงานประจำอยู่หรือ? Charter5m เปลี่ยนช่วงพักสั้น ๆ ให้เป็นการฝึกที่ตรงจุด ด้วยบทเรียน CFA Level I ขนาดสั้น คำถามที่เน้นกับดัก และแฟลชการ์ดแบบทบทวนเว้นระยะ ลองใช้ในการอ่านหนังสือ 5 นาทีครั้งถัดไปของคุณ
และหากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ ทุกแนวคิดจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยคุณเปิดดูภาษาแม่ได้ในแตะเดียว (รองรับภาษาสำหรับเรียน 9 ภาษา) เพื่อไม่ให้ถ้อยคำในข้อสอบเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเสียคะแนน
Charter5m เป็นเครื่องมือช่วยเรียนอิสระและไม่มีความเกี่ยวข้องกับ CFA Institute โดย CFA Institute ไม่ได้ให้การรับรอง ส่งเสริม หรือรับประกันความถูกต้องหรือคุณภาพของเนื้อหานี้ CFA® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CFA Institute