วงจรเปลี่ยนเงินสด: ทำไมต้องหัก DPO
โจทย์ให้ตัวเลขมาสามค่า: ถือสินค้าคงคลัง 40 วัน เก็บเงินจากลูกค้า 30 วัน และบริษัทชำระเงินให้ซัพพลายเออร์หลังจาก 25 วัน หากบวกทั้งหมดจะได้ 95 นี่เป็นการคำนวณที่เร็วที่สุดในหน้านี้ แต่เป็นคำตอบที่ผิด เพราะวงจรเปลี่ยนเงินสดไม่ใช่ผลรวมของทุกช่วงเวลาที่ธุรกิจต้องรอ ในช่วง 25 วันที่ซัพพลายเออร์ให้เครดิต บริษัทกำลังเก็บเงินสดไว้แทนที่จะจ่ายออกไป
สองวงจร ต่างกันที่จุดเดียว
วงจรดำเนินงาน (operating cycle) ติดตามสินค้าคงคลังหนึ่งหน่วยตั้งแต่วันที่รับเข้ามาจนถึงวันที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้สำเร็จ โดยยังไม่คำนึงถึงซัพพลายเออร์
Operating cycle = DOH + DSO
วงจรเปลี่ยนเงินสด (cash conversion cycle, CCC) ถามเจาะจงกว่านั้นว่า เงินสดของบริษัทเองถูกผูกไว้นานเท่าใด ซัพพลายเออร์ช่วยออกเงินให้ในช่วงหนึ่ง จึงต้องหักจำนวนวันของส่วนนี้ออก
CCC = DOH + DSO − DPO
DOH คือ จำนวนวันสินค้าคงคลังในมือ (days of inventory on hand), DSO คือ ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (days sales outstanding) และ DPO คือ ระยะเวลาชำระเจ้าหนี้เฉลี่ย (days payables outstanding) ชื่อทั้งสามคล้ายกัน และภายใต้แรงกดดันด้านเวลาอาจถูกมองรวมเป็นกองตัวเลขจำนวนวันเดียวกัน สองรายการทำให้วงจรยาวขึ้น ส่วนรายการที่สามทำให้สั้นลง
เครื่องหมายลบสะท้อนเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่แค่การลงบัญชี
DPO วัดระยะเวลาที่ซัพพลายเออร์ยอมให้บริษัทค้างชำระ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดหาเงินทุนและมีต้นทุนต่ำอย่างแท้จริง ตลอด 25 วันนี้ สินค้าคงคลังยังอยู่บนชั้นวาง ขณะที่เงินสดยังอยู่ในธนาคาร การยืดเงื่อนไขการชำระเงินทำให้เงินของบริษัทถูกผูกไว้เป็นจำนวนวันน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น
นี่คือเหตุผลที่การบวก DPO ไม่ได้ผิดแค่เครื่องหมาย แต่ยังทำให้แหล่งเงินทุนหมุนเวียน (working capital) ถูกตีความกลับด้านว่าเป็นภาระต่อเงินทุนหมุนเวียน คำตอบจึงไม่เพียงสูงเกินไป แต่มีความหมายตรงกันข้าม
เรื่องนี้ยังอธิบายสิ่งที่ผู้สมัครมักคิดว่าเป็นข้อผิดพลาดเมื่อพบครั้งแรก นั่นคือ CCC ติดลบถือเป็นเรื่องปกติสำหรับบางธุรกิจ ซูเปอร์มาร์เก็ตรับเงินสดที่จุดชำระเงินและจ่ายซัพพลายเออร์หลายสัปดาห์ต่อมา ดังนั้นการจัดหาเงินทุนจากซัพพลายเออร์ (supplier financing) จึงครอบคลุมนานกว่าระยะเวลาสินค้าคงคลังและระยะเวลาเก็บเงินรวมกัน บริษัทจึงดำเนินงานด้วยเงินที่ยังไม่ได้จ่ายออกไป
คำนวณกรณี 40, 30, 25
คำนวณเป็นสองขั้นแทนที่จะทำรวดเดียว เพราะแต่ละขั้นตอบคำถามคนละข้อ และข้อสอบอาจถามเฉพาะขั้นแรก
- วงจรดำเนินงาน: 40 + 30 = 70 วัน
- วงจรเปลี่ยนเงินสด: 70 − 25 = 45 วัน
โดยทั่วไป ตัวเลขทั้งสองจะอยู่ในตัวเลือก รวมถึง 95 ที่ได้จากการบวกทั้งสามค่า อ่านให้ชัดว่าโจทย์ถามวงจรใดก่อนเลือกคำตอบ
สรุปย่อ
| ตัววัด | สูตร | คำถามที่ตอบ |
|---|---|---|
| วงจรดำเนินงาน | DOH + DSO | ตั้งแต่ซื้อสินค้าคงคลังจนเก็บเงินสดได้ใช้เวลานานเท่าใด |
| วงจรเปลี่ยนเงินสด | DOH + DSO − DPO | เงินสดของบริษัทเองถูกผูกไว้นานเท่าใด |
| ผลของ DPO ที่ยาวขึ้น | CCC ลดลง | ซัพพลายเออร์ช่วยจัดหาเงินทุนให้ช่องว่างมากขึ้น |
| CCC ติดลบ | เป็นไปได้ | เงินสดเข้ามาก่อนชำระให้ซัพพลายเออร์ |
มีข้อควรระวังในการตีความ เพราะข้อสอบทดสอบเรื่องนี้บ่อยพอ ๆ กับสูตร โดยทั่วไป CCC ที่สั้นลงบ่งชี้ว่าสถานะดีกว่า แต่บริษัทอาจทำให้สั้นลงด้วยการจ่ายซัพพลายเออร์ล่าช้า ซึ่งทำให้เสียส่วนลดจากการชำระก่อนกำหนด และท้ายที่สุดยังเสียความสัมพันธ์อันดีกับผู้จัดหาสินค้า ดังนั้น หากตัวเลือกกล่าวว่า “ยิ่งต่ำยิ่งดีเสมอ” คุณไม่ควรยอมรับโดยไม่พิจารณา
กับดักนี้มีรูปแบบเดียวกับเรื่อง รายการคงค้างเทียบกับรายการรอตัดบัญชี ทั้งสองกรณีคำนวณง่าย แต่ความเสี่ยงทั้งหมดอยู่ที่เครื่องหมาย วิธีแก้คืออ่านความหมายของตัววัดก่อนตัดสินใจว่าจะบวกอะไร
กำลังเตรียมสอบควบคู่กับงานประจำใช่ไหม Charter5m เปลี่ยนช่วงพักสั้น ๆ ให้เป็นการฝึกอย่างมีเป้าหมาย ด้วยบทเรียน CFA Level I ขนาดสั้น คำถามที่เน้นกับดัก และบัตรคำแบบทบทวนเว้นระยะ ลองใช้ในการอ่านครั้งถัดไป 5 นาที
และหากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกของคุณ ทุกแนวคิดจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมให้แตะดูภาษาของคุณได้ทันที ครอบคลุมภาษาสำหรับการเรียน 9 ภาษา เพื่อไม่ให้คำศัพท์ที่ใช้ในข้อสอบกลายเป็นอุปสรรค
Charter5m เป็นเครื่องมือการเรียนรู้อิสระและไม่มีความเกี่ยวข้องกับ CFA Institute โดย CFA Institute ไม่ได้รับรอง ส่งเสริม หรือรับประกันความถูกต้องหรือคุณภาพของเนื้อหานี้ CFA® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CFA Institute